ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก

แม่ฮ่องสอนลูปด้วยรถไฟฟ้า — ทำได้จริงไหม

· NET CAR RENTAL

คู่มือขับแม่ฮ่องสอนลูป 600 กิโลเมตรใน 4 วันด้วยรถไฟฟ้า ทั้งแผนแบ่งวัน สภาพจุดชาร์จจริงนอกเมืองใหญ่ การใช้แบตบนทางขึ้นเขา และใครที่ไม่ควรไปเส้นนี้ด้วยรถอีวี

คำตอบสั้น ๆ ก่อน

ไปได้ และหลายคนไปมาแล้ว แต่ไม่ใช่ทริปที่ขับตามใจแล้วค่อยหาที่ชาร์จเอาข้างหน้า แม่ฮ่องสอนลูปคือทางเขาต่อเนื่องประมาณ 600 กิโลเมตร ที่นอกเมืองใหญ่แทบไม่มีสถานีชาร์จเร็ว และการไต่ขึ้นเขายาว ๆ กินแบตมากกว่าตัวเลขระยะทางบนสเปกอย่างเห็นได้ชัด ถ้าคุณยอมนอนเมืองที่มีที่ชาร์จ ยอมออกเดินทางแต่ละวันด้วยแบตเกิน 90% และยอมเผื่อเวลาไว้ ทริปนี้ราบรื่นและสนุกกว่ารถน้ำมันด้วยซ้ำ เพราะแรงบิดมาทันทีตอนไต่ และเบรกคืนพลังงานช่วยได้มากตอนลงเขา แต่ถ้าคุณมีตารางแน่นและรับความเสี่ยงเรื่องเวลาไม่ได้ ให้อ่านหัวข้อสุดท้ายของบทความนี้ก่อนตัดสินใจ

ทำไมตัวเลข "วิ่งได้ 480 กิโลเมตร" ใช้ตรง ๆ บนเส้นนี้ไม่ได้

ระยะทางที่ผู้ผลิตแจ้งมาจากการทดสอบบนถนนราบ ความเร็วคงที่ ไม่มีการไต่ระดับต่อเนื่อง เส้นทางแม่ฮ่องสอนไม่ใช่แบบนั้นเลย ช่วงเชียงใหม่ขึ้นไปปายไต่จากประมาณ 300 เมตรเหนือระดับน้ำทะเลขึ้นไปแตะสันเขาราว 1,000-1,200 เมตรหลายรอบ แล้วลงมา แล้วขึ้นใหม่ ทุกครั้งที่ไต่ขึ้น แบตจะลดเร็วผิดหูผิดตา บางช่วงคุณจะเห็นระยะทางที่เหลือบนหน้าจอลดลง 3-4 กิโลเมตรทั้งที่เพิ่งวิ่งไป 1 กิโลเมตร

ข่าวดีคือพลังงานส่วนหนึ่งได้คืนตอนลงเขา ระบบเบรกคืนพลังงานเก็บกลับเข้าแบตได้จริง และในทางลงยาว ๆ บางช่วงตัวเลขระยะทางที่เหลือแทบไม่ขยับหรือเพิ่มขึ้นด้วยซ้ำ แต่ได้คืนไม่ครบ เพราะมีแรงเสียดทานและความร้อนที่หายไประหว่างทาง

หลักที่ใช้วางแผนได้จริงคือ ให้คิดว่าคุณมีระยะทางใช้งานประมาณ 60-70% ของตัวเลขบนสเปก แปลว่า BYD ATTO 3 ที่แจ้งไว้ 480 กิโลเมตรต่อการชาร์จ ควรวางแผนที่ราว 300-330 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้งบนเส้นนี้ และอย่าปล่อยให้แบตต่ำกว่า 20% ก่อนถึงเมืองที่มีที่ชาร์จแน่นอน ถ้ายึดตัวเลขนี้ แผน 4 วันข้างล่างจะไม่ตึงเลย

เลือกคันไหน

บนเส้นทางนี้เราแนะนำคันที่แบตใหญ่ที่สุดเท่าที่มี นั่นคือ ATTO 3 ความจุแบตเตอรี่ 60.48 กิโลวัตต์ชั่วโมง ตัวถัง SUV นั่งได้ 5 คน ท้ายรถใส่กระเป๋าใบใหญ่ได้พอดีสำหรับสี่คน ระยะเผื่อที่มากขึ้นแปลว่าคุณไม่ต้องคำนวณทุกช่วง และถ้าเจอที่ชาร์จปลายทางเสียหรือไม่ว่าง คุณยังมีทางเลือกวิ่งต่อไปอีกเมืองหนึ่งได้

BYD Dolphin แบต 44.9 กิโลวัตต์ชั่วโมง ไปเส้นนี้ได้เหมือนกัน แต่พูดตรง ๆ ว่ามาร์จินบางกว่า ระยะใช้งานจริงบนเขาจะอยู่ราว 250-280 กิโลเมตร ซึ่งพอสำหรับทุกช่วงในแผนนี้ แต่แทบไม่เหลือให้แวะบ้านรักไทย ปางอุ๋ง หรืออุทยานฯ ระหว่างทางเท่าไหร่ ถ้าคุณไปกันสองคน เที่ยวแบบไม่แวะไกลจากเส้นหลัก และยินดีชาร์จทุกคืนแบบเต็มจริง Dolphin ก็เอาอยู่ ถ้าไปสี่คนพร้อมกระเป๋าเต็มคัน น้ำหนักที่เพิ่มขึ้นบนทางไต่จะกินแบตมากขึ้นอีก กรณีนั้นเลือก ATTO 3 ไปเลยตั้งแต่แรก

รถทั้งสองรุ่นใช้หัวชาร์จ CCS2 ซึ่งเป็นมาตรฐานหลักของสถานีชาร์จเร็วในไทย และเราไม่จำกัดระยะทาง ทริป 600 กิโลเมตรจึงไม่มีค่าใช้จ่ายต่อกิโลเมตรใด ๆ เพิ่ม

แผน 4 วัน แบ่งแบบนี้

วันที่ 1 เชียงใหม่ ไป ปาย ประมาณ 135 กิโลเมตร

ออกจากเชียงใหม่ทางถนน 107 ขึ้นเหนือไปแม่มาลัย แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวง 1095 ระยะทางไม่ไกล แต่ใช้เวลาราว 3 ชั่วโมงถึง 3 ชั่วโมงครึ่งถ้าไม่แวะ เพราะเป็นโค้งต่อเนื่องเกือบทั้งสาย ป้ายแถวนั้นชอบอ้างตัวเลข 762 โค้ง และคุณจะรู้สึกได้ครบทุกโค้งจริง ๆ

ช่วงนี้คือช่วงที่แบตลดเร็วที่สุดของทั้งทริป ออกจากเชียงใหม่ด้วยแบตเต็ม 100% ถึงปายคุณน่าจะเหลือราว 55-65% ในรถ ATTO 3 ซึ่งถือว่าปกติ ไม่ต้องตกใจ

ถึงปายช่วงบ่าย เก็บที่พักแล้วเสียบชาร์จทันที อย่ารอหลังกินข้าวเย็น เพราะถ้าที่พักมีหัวชาร์จหัวเดียว มักมีคนใช้ก่อน ปายมีจุดชาร์จตามที่พักและร้านกาแฟหลายแห่ง ส่วนใหญ่เป็นหัวชาร์จแบบ AC ซึ่งช้ากว่าสถานีชาร์จเร็วมาก ถ้าเป็นหัว AC 7 กิโลวัตต์ การเติม ATTO 3 จากราว 55% ให้เต็มใช้เวลาประมาณ 4 ชั่วโมง ค้างคืนไว้สบาย ๆ แต่ถ้าเป็นแค่เต้ารับบ้านธรรมดา คุณจะได้ระยะทางกลับมาเพียงราว 15-18 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งทั้งคืนก็ยังไม่เต็ม ข้อนี้ต้องถามที่พักให้ชัดก่อนจอง

วันที่ 2 ปาย ไป แม่ฮ่องสอน ประมาณ 110 กิโลเมตร

สั้นที่สุดในแง่ระยะทาง แต่ใช้เวลาราว 3 ชั่วโมง และเป็นช่วงที่โค้งหนักที่สุด ผ่านปางมะผ้าและสบป่อง ซึ่งเป็นทางแคบไต่ขึ้นลงต่อเนื่อง ระหว่างทางแวะถ้ำลอดได้ ห่างจากถนนหลักเข้าไปไม่มาก

ออกจากปายด้วยแบตเต็ม ถึงแม่ฮ่องสอนควรเหลือราว 55-65% เช่นกัน ในเมืองแม่ฮ่องสอนมีจุดชาร์จอยู่บ้าง ทั้งตามที่พักและตามลานจอดของสถานที่ราชการหรือปั๊มน้ำมันบางแห่ง แต่จำนวนน้อยกว่าปายชัดเจน ให้โทรถามที่พักล่วงหน้าตั้งแต่ตอนจองห้อง ว่ามีหัวชาร์จให้ผู้เข้าพักหรือไม่ ใช้ได้จริงหรือเปล่า และเป็นหัวแบบไหน คำถามสามข้อนี้ช่วยตัดปัญหาใหญ่ที่สุดของทริปนี้ออกไปได้เกือบหมด

ถ้าจะขึ้นบ้านรักไทยหรือปางอุ๋ง ให้เผื่อแบตไว้ต่างหาก ระยะทางไปกลับรวมราว 90 กิโลเมตร บนถนนแคบและชันกว่าเส้นหลัก คิดเป็นแบตที่ใช้จริงเทียบเท่าการวิ่งราบ 150 กิโลเมตรได้เลย ควรทำในวันที่ชาร์จเต็มแล้วเท่านั้น

หมายเหตุที่ต้องพูดให้ชัด แม่ฮ่องสอนอยู่ติดชายแดนเมียนมา รถเช่าของเราห้ามข้ามแดนทุกกรณี เพราะประกันไม่คุ้มครองนอกประเทศ เที่ยวฝั่งไทยได้ตามปกติ แต่รถต้องไม่ออกนอกด่าน

วันที่ 3 แม่ฮ่องสอน ไป แม่สะเรียง ประมาณ 165 กิโลเมตร

ลงใต้ตามทางหลวง 108 ผ่านขุนยวม ใช้เวลาราว 3 ชั่วโมงครึ่ง ถนนช่วงนี้กว้างและลื่นไหลกว่า 1095 อยู่พอสมควร แต่ยังเป็นเขาตลอด และมีช่วงยาวที่ไม่มีร้านค้า ไม่มีปั๊ม ไม่มีสัญญาณโทรศัพท์ที่เสถียร

นี่คือวันที่ต้องออกจากที่พักด้วยแบตเต็มจริง ๆ ไม่ใช่ 80% เพราะแม่สะเรียงเป็นเมืองเล็ก จุดชาร์จมีไม่มาก และคุณไม่อยากไปถึงตอนเย็นด้วยแบต 10% แล้วพบว่าหัวเดียวในเมืองมีคนเสียบอยู่ ถ้าที่พักในแม่สะเรียงไม่มีหัวชาร์จ ให้พิจารณาเปลี่ยนแผนเป็นค้างคืนที่แม่ฮ่องสอนอีกคืน แล้ววันรุ่งขึ้นวิ่งยาวจากแม่ฮ่องสอนกลับเชียงใหม่ทางแม่สะเรียงในวันเดียว ระยะทางรวมราว 350 กิโลเมตร ซึ่ง ATTO 3 ทำได้ถ้าออกด้วยแบตเต็มและแวะเติมหนึ่งครั้งช่วงฮอดหรือจอมทอง ส่วน Dolphin ไม่แนะนำให้ทำแบบนี้

วันที่ 4 แม่สะเรียง ไป เชียงใหม่ ประมาณ 190 กิโลเมตร

ทางหลวง 108 ต่อลงมาผ่านฮอด จอมทอง สันป่าตอง แล้วเข้าเชียงใหม่ ใช้เวลาราว 4 ชั่วโมง ครึ่งแรกยังเป็นเขา แต่หลังผ่านฮอดแล้วเป็นที่ราบยาว ขับสบายและกินแบตน้อยลงมาก ระหว่างทางแวะออบหลวงได้ และถ้าอยากขึ้นดอยอินทนนท์ ให้เช็กแบตก่อน การขึ้นถึงยอดและลงกลับมาใช้แบตหนักกว่าที่คิดมาก ควรมีเหลืออย่างน้อย 50% ตอนอยู่เชิงดอย

ตั้งแต่ช่วงจอมทองลงมา คุณกลับเข้าสู่พื้นที่ที่หาสถานีชาร์จเร็วได้ตามปั๊มน้ำมันใหญ่และห้างสรรพสินค้าแล้ว ถ้าแบตเหลือน้อยกว่าที่ตั้งใจ แวะเติม 20-30 นาทีก็พอเข้าเมืองได้สบาย

สภาพจุดชาร์จตามความเป็นจริง

เราจะไม่ระบุชื่อสถานีหรือที่อยู่เจาะจง เพราะจุดชาร์จในพื้นที่นี้เปิดปิดและเปลี่ยนสถานะบ่อย สิ่งที่บอกได้อย่างมั่นใจคือรูปแบบของมัน

ในเชียงใหม่และปริมณฑล สถานีชาร์จเร็วแบบ DC หาได้ตามปั๊มน้ำมันขนาดใหญ่ ห้างสรรพสินค้า และโรงแรมหลายแห่ง ไม่ใช่ปัญหาเลย พอออกจากเชียงใหม่ไปแล้ว ความหนาแน่นลดลงทันที ปายมีตัวเลือกพอสมควรแต่ส่วนใหญ่เป็นหัว AC ตามที่พักและคาเฟ่ แม่ฮ่องสอนมีน้อยกว่า และแม่สะเรียงกับขุนยวมนับหัวได้ ระหว่างเมืองแทบไม่มีอะไรเลย ให้ถือว่าช่วงปายถึงแม่ฮ่องสอนและแม่ฮ่องสอนถึงแม่สะเรียงคือช่วงที่คุณต้องวิ่งจบด้วยแบตก้อนเดียว

วิธีทำงานที่ได้ผลที่สุดคือ ชาร์จตอนนอน ไม่ใช่ชาร์จตอนขับ เลือกที่พักโดยเอาหัวชาร์จเป็นเงื่อนไขข้อแรก แล้วค่อยดูวิว ราคา และรีวิว โหลดแอปหาสถานีชาร์จไว้อย่างน้อยสองแอปก่อนออกเดินทาง เพราะแต่ละแอปเห็นเครือข่ายไม่เหมือนกัน และดาวน์โหลดแผนที่เชียงใหม่กับแม่ฮ่องสอนแบบออฟไลน์ไว้ด้วย สัญญาณหายเป็นช่วง ๆ บนเส้น 1095 และ 108 เป็นเรื่องปกติ

ค่าไฟที่สถานีสาธารณะระหว่างทาง คุณจ่ายตามอัตราของสถานีนั้น ๆ เอง เราไม่ได้เก็บอะไรเพิ่มจากส่วนนี้ ส่วนการชาร์จเต็มครั้งแรกก่อนออกเดินทาง เราออกให้อยู่แล้ว รถส่งถึงมือคุณพร้อมแบตเต็ม

เช็กอะไรบ้างก่อนออกจากเชียงใหม่

บอกเราตั้งแต่ตอนจองว่าจะไปแม่ฮ่องสอน เราจะได้ตรวจรถให้ตรงกับการใช้งาน โดยเฉพาะยางและลมยาง ซึ่งเป็นเรื่องใหญ่กว่าที่คนส่วนมากคิดบนทางลงเขายาว และถามให้ชัดว่าอุปกรณ์ชาร์จที่ติดไปกับรถมีอะไรบ้าง เพื่อให้คุณรู้ว่าจะเสียบกับอะไรได้บ้างที่ปลายทาง

วันออกเดินทาง ให้ชาร์จเต็ม 100% ก่อนออกจากตัวเมือง อย่าออกที่ 80% แล้วคิดว่าจะเติมข้างหน้า ตรวจว่าโหลดแผนที่ออฟไลน์ครบ เตรียมน้ำและของกินติดรถไว้บ้าง เพราะบางช่วงขับ 40-50 กิโลเมตรโดยไม่เจอร้าน และถ้าไปหน้าฝนช่วงกรกฎาคมถึงตุลาคม ให้เผื่อเวลาเพิ่มอีกวันละหนึ่งชั่วโมง ดินสไลด์และการปิดซ่อมถนนบางช่วงเกิดขึ้นได้ทั้งบน 1095 และ 108

ขับทางโค้งขึ้นเขาด้วยรถไฟฟ้า

รถไฟฟ้าได้เปรียบบนเส้นนี้จริง แรงบิดมาทันทีทำให้แซงรถบรรทุกบนทางชันง่ายกว่า และความเงียบทำให้ขับสามชั่วโมงติดแล้วไม่ล้าเท่ารถน้ำมัน

ตอนลงเขา ให้ใช้ระดับการหน่วงจากมอเตอร์ที่แรงขึ้น แล้วปล่อยให้รถชะลอตัวเองแทนการเหยียบเบรกค้าง วิธีนี้ทั้งได้พลังงานคืนและช่วยไม่ให้ผ้าเบรกร้อนสะสม ซึ่งเป็นสาเหตุของอุบัติเหตุบนทางลงยาวบ่อยกว่าเรื่องอื่น

ที่ต้องระวังบนเส้นนี้คือ หมอกในช่วงเช้าฤดูหนาว ทัศนวิสัยเหลือไม่กี่สิบเมตรได้ในบางช่วงสันเขา รถจักรยานยนต์เช่าที่ขับสวนมาแบบกินเลน วัวควายและสุนัขบนถนนในเขตหมู่บ้าน และรถตู้โดยสารที่ชินทางและมาเร็วกว่าคุณมาก ให้ทางเขาไปเลย ไม่ต้องแข่ง ถ้ามีคนในรถเมาโค้งง่าย ให้นั่งหน้าและหยุดพักทุกชั่วโมง เส้นนี้ทำให้เมารถได้แม้กับคนที่ปกติไม่เคยเมา

ใครไม่ควรไปเส้นนี้ด้วยรถไฟฟ้า

เราขอพูดตรง ๆ เพราะอยากให้คุณรู้ก่อนจอง ไม่ใช่รู้ตอนแบตเหลือ 8% ที่ขุนยวม

ถ้าคุณมีตารางที่ขยับไม่ได้ เช่น ต้องกลับถึงเชียงใหม่ทันเที่ยวบินเย็นวันสุดท้ายแบบไม่มีเวลาเผื่อ ทริปนี้ด้วยรถไฟฟ้ามีความเสี่ยงเรื่องเวลาที่รถน้ำมันไม่มี หัวชาร์จที่ปลายทางเสียหนึ่งหัวอาจแปลว่าคุณเสียเวลาไปสามชั่วโมง

ถ้าคุณไม่อยากวางแผนล่วงหน้าเลย ชอบเที่ยวแบบตัดสินใจหน้างานว่าคืนนี้จะนอนไหน เส้นนี้ไม่เข้ากับรถไฟฟ้า เพราะการเลือกที่พักคือการเลือกจุดชาร์จไปในตัว

ถ้าคุณจะอัดทั้งลูปให้จบใน 2 วัน อย่าทำ ไม่ใช่เพราะรถไฟฟ้า แต่เพราะโค้งพันกว่าโค้งใน 2 วันคือการขับที่เหนื่อยเกินปลอดภัย ถ้ามีเวลาแค่ 2 วัน ให้ไปแค่เชียงใหม่ถึงปายแล้วกลับ ซึ่งรถไฟฟ้าทำได้สบายมาก

ถ้าคุณไม่เคยขับรถไฟฟ้ามาก่อนและไม่เคยขับทางเขามาก่อนพร้อมกันทั้งสองอย่าง ให้ลองขับรอบเชียงใหม่หรือขึ้นดอยสุเทพสักหนึ่งวันก่อน แล้วค่อยตัดสินใจ เราแนะนำแบบนี้กับลูกค้าเสมอ และคนที่ทำตามมักกลับมาบอกว่าดีที่ไม่ได้ออกไปเลยตั้งแต่วันแรก

สุดท้าย ถ้าคุณไป 4 คนพร้อมกระเป๋าใบใหญ่ครบทุกคน และยังยืนยันจะใช้รถแบตเล็ก ให้เปลี่ยนใจเป็นคันที่แบตใหญ่กว่า ส่วนต่างค่าเช่าต่อวันน้อยกว่าค่าเสียเวลาหนึ่งครึ่งวันมาก

ประกัน มัดจำ และค่าใช้จ่ายที่ควรรู้

รถทุกคันมีประกันชั้น 1 ให้อยู่แล้วโดยไม่คิดเพิ่ม ค่าเสียหายส่วนแรกอยู่ที่ 5,000 บาท สำหรับทริปทางเขาแบบนี้ หลายคนเลือกอัปเป็นแบบไม่มีค่าเสียหายส่วนแรก เพิ่ม 300 บาทต่อวัน ซึ่งครอบคลุมยางและกระจกด้วย บนถนนที่มีหินดีดจากรถสวนบ่อย ๆ ส่วนนี้คุ้มกว่าที่คิด แต่เราไม่ได้บังคับ

เงินมัดจำ 5,000 บาท คืนเต็มจำนวนในวันคืนรถหลังตรวจสภาพเสร็จ ระยะทางไม่จำกัด จึงไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มจากการวิ่ง 600 กิโลเมตร เรื่องแบตเตอรี่ตอนคืนรถ ให้คืนที่ระดับเท่ากับตอนรับ ไม่ใช่คืนเต็มแบบรถน้ำมัน ถ้าต่ำกว่าเดิม คิดค่าชาร์จคืน 8 บาทต่อกิโลวัตต์ชั่วโมง

ค่าเช่าสำหรับทริป 4 วันเข้าเรตช่วง 3-6 วัน คือ ATTO 3 วันละ 1,190 บาท และ Dolphin วันละ 920 บาท ดูเรตช่วงอื่นและส่วนลดระยะยาวได้ที่หน้าราคาและแพ็กเกจ ส่วนคำถามเรื่องเอกสาร ใบอนุญาตขับขี่สากล และการยกเลิก อยู่ในคำถามที่พบบ่อย

พร้อมออกเดินทางแล้ว

ถ้าอ่านมาถึงตรงนี้แล้วยังอยากไป แปลว่าคุณเข้าใจเงื่อนไขของมันดีพอที่จะไปได้จริง เลือกคันที่แบตใหญ่ที่สุดเท่าที่ว่าง จองที่พักที่มีหัวชาร์จ แล้วปล่อยให้ทางที่เหลือเป็นเรื่องของโค้งกับวิว

ดูรถที่ว่างอยู่ได้ที่หน้า BYD ATTO 3 และ BYD Dolphin รับรถได้ที่สนามบินเชียงใหม่ หรือในตัวเมืองโดยไม่มีค่าส่ง ทักไลน์มาบอกวันเดินทางกับจำนวนคน สถานะจะเป็น "รอการยืนยัน" จนกว่าทีมงานจะตอบกลับ ปกติภายในราว 15 นาที ไม่มีการตัดเงินล่วงหน้า และถ้าอยากคุยเรื่องเส้นทางก่อนตัดสินใจ โทรมาที่ 091 072 3336 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง