เที่ยวเชียงใหม่ 3 วันด้วยรถเช่า — เส้นทางที่วางแล้วได้ใช้จริง
· NET CAR RENTAL
เส้นทางเที่ยวเชียงใหม่สามวันแบบขับเอง พร้อมเวลาขับจริง จุดจอดรถที่ใช้ได้ ปริมาณแบตที่ใช้ในแต่ละวัน และสิ่งที่ไม่ควรยัดลงในสามวัน
สามวันนี้ได้อะไรบ้าง ตอบสั้น ๆ ก่อน
วันที่หนึ่งอยู่ในเมือง วัดในคูเมืองช่วงเช้า นิมมานช่วงบ่ายถึงเย็น ทั้งวันขับรวมกันไม่เกิน 40 กิโลเมตร ใช้แบตประมาณสิบเปอร์เซ็นต์ วันที่สองขึ้นดอยสุเทพตอนเช้า แล้วออกทางแม่ริมไปม่อนแจ่มตอนบ่าย ขับรวมประมาณ 110 ถึง 130 กิโลเมตร ใช้แบตราวหนึ่งในสาม วันที่สามเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง ระหว่างดอยอินทนนท์ซึ่งกินเวลาตั้งแต่เช้ามืดถึงค่ำ กับสายสันกำแพงและแม่กำปองซึ่งกลับเข้าเมืองทันมื้อเย็นสบาย ๆ
แผนนี้วางไว้ให้คนที่มีเวลาสามวันเต็ม ไม่นับวันที่บินเข้าและวันที่บินออก ถ้าวันแรกของคุณคือวันที่ลงเครื่องตอนบ่าย ให้ตัดวันที่หนึ่งเหลือครึ่งวันแล้วเลื่อนทุกอย่างไปหนึ่งช่อง จากสนามบินเข้าคูเมืองใช้เวลาประมาณ 15 นาที ไปนิมมานประมาณ 15 ถึง 20 นาที เรารับส่งรถที่สนามบินฟรี รายละเอียดขั้นตอนอยู่ที่ จุดรับรถสนามบินเชียงใหม่
วันที่ 1 เมืองเก่าและนิมมาน วันที่รถทำหน้าที่น้อยที่สุด
วันแรกเป็นวันที่ใช้รถน้อยที่สุดในทริป และนั่นคือเรื่องดี คูเมืองเชียงใหม่เป็นสี่เหลี่ยมด้านละประมาณ 1.6 กิโลเมตร วัดหลักอย่างวัดพระสิงห์ วัดเจดีย์หลวง วัดพันเตา และวัดเชียงมั่น อยู่ห่างกันไม่เกินสิบนาทีเดิน วิธีที่เสียเวลาน้อยที่สุดคือเอารถไปจอดทิ้งไว้ที่เดียวตั้งแต่เช้า แล้วเดินให้จบทั้งย่าน ไม่ใช่ขับย้ายที่จอดทีละวัด เพราะถนนรอบคูเมืองเป็นวันเวย์ทั้งวง การพลาดทางเลี้ยวหนึ่งครั้งหมายถึงวิ่งอ้อมอีกหลายกิโลเมตร
ที่จอดที่ใช้ได้จริงคือลานจอดแบบเสียค่าบริการรายชั่วโมงบริเวณรอบประตูท่าแพและถนนช้างม่อย กับลานจอดของห้างสรรพสินค้าฝั่งถนนช้างคลานและถนนห้วยแก้ว ซึ่งห่างจากคูเมืองราว 5 ถึง 10 นาที และแทบไม่เต็ม ที่จอดริมถนนในคูเมืองมีอยู่ แต่เต็มตั้งแต่สายและหลายซอยใช้ระบบจอดสลับฝั่งวันคู่วันคี่ ต้องอ่านป้ายก่อนดับเครื่องทุกครั้ง ขอบทางแดงสลับขาวคือห้ามจอด และรถที่จอดผิดจุดถูกล็อกล้อได้จริง
ช่วงบ่ายย้ายไปนิมมาน ขับจากคูเมืองประมาณ 10 ถึง 15 นาที นอกชั่วโมงเร่งด่วน ถ้าออกช่วง 16.30 ถึง 18.30 น. ถนนห้วยแก้วจะแน่นและเวลาเดินทางเพิ่มเป็นเกือบครึ่งชั่วโมง ซอยนิมมานเป็นซอยเลขคี่เลขคู่ตัดกันเป็นตาราง หลายซอยเป็นวันเวย์ และที่จอดริมทางมีน้อยมากในช่วงเย็น ทางออกที่ง่ายกว่าคือจอดในอาคารจอดรถของห้างหรือคอมมูนิตี้มอลล์ต้นถนนนิมมาน แล้วเดินเอา ซอยส่วนใหญ่เดินถึงกันหมดภายในสิบนาที
ถ้าวันแรกของคุณตรงกับวันอาทิตย์ ให้กลับเข้าเมืองเก่าอีกครั้งตอนเย็นเพื่อเดินถนนคนเดินราชดำเนิน เจ้าหน้าที่เริ่มปิดถนนราวสี่โมงเย็นและเปิดคืนประมาณห้าทุ่ม ห้ามคิดว่าจะขับเข้าไปจอดใกล้ ๆ ได้ ให้จอดนอกแนวปิดถนน เช่น ลานจอดฝั่งถนนช้างคลานหรือรอบประตูเชียงใหม่ แล้วเดินเข้าไป คืนวันเสาร์ก็มีถนนคนเดินวัวลายด้านใต้คูเมืองในลักษณะเดียวกัน แต่ขนาดเล็กกว่า
แบตที่ใช้ทั้งวันนี้อยู่ราว 8 ถึง 14 เปอร์เซ็นต์ ขึ้นกับว่าเปิดแอร์จอดรอนานแค่ไหน ไม่ต้องหาที่ชาร์จเลยในวันแรก
วันที่ 2 ดอยสุเทพช่วงเช้า แม่ริมและม่อนแจ่มช่วงบ่าย
ออกจากที่พักไม่เกินเจ็ดโมงเช้า นี่คือคำแนะนำเดียวในบทความนี้ที่ควรทำตามแบบไม่ต้องคิด ทางขึ้นดอยสุเทพคือทางหลวง 1004 ต่อจากถนนห้วยแก้วผ่านหน้าสวนสัตว์ขึ้นไปประมาณ 11 ถึง 12 กิโลเมตร จากคูเมืองถึงลานจอดหน้าวัดพระธาตุดอยสุเทพใช้เวลาประมาณ 35 ถึง 45 นาที ถ้าออกเช้าจริง แต่ถ้าออกสายกว่าเก้าโมง ช่วงถนนห้วยแก้วจะติด และลานจอดด้านบนเริ่มเต็มตั้งแต่ราวเก้าโมงถึงสิบเอ็ดโมง โดยเฉพาะเสาร์อาทิตย์ เมื่อลานเต็ม คุณจะต้องจอดริมถนนไกลลงมาแล้วเดินขึ้น ซึ่งชันกว่าที่คิด
ทางขึ้น 1004 เป็นถนนลาดยางสองเลนสภาพดี โค้งต่อเนื่องและชันเป็นช่วง ๆ รถทุกคันในกลุ่มของเราขึ้นได้สบาย สิ่งที่ต้องระวังไม่ใช่กำลังรถ แต่เป็นรถสองแถวแดงที่จอดรับส่งกลางโค้ง และมอเตอร์ไซค์ที่วิ่งตัดขึ้นมาด้านใน ตัววัดอยู่สูงประมาณ 1,050 เมตร ขึ้นได้ทั้งทางบันไดนาคราว 300 ขั้น หรือใช้ลิฟต์รางเอียงซึ่งมีค่าบริการแยก มีค่าเข้าชมสำหรับผู้เข้าชมชาวต่างชาติ เก็บที่ด้านบนก่อนขึ้นวัด
ถ้ายังมีแรง ขับต่อขึ้นไปอีกประมาณ 4 กิโลเมตรถึงพระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์ ซึ่งเปิดให้เข้าชมเฉพาะช่วงที่ไม่มีการเสด็จแปรพระราชฐาน ควรเช็กก่อนขึ้น และเลยขึ้นไปอีกไม่ไกลคือหมู่บ้านม้งดอยปุย ถนนช่วงนี้แคบลงและโค้งแคบขึ้นชัดเจน
ลงจากดอยสุเทพประมาณ 30 นาทีถึงถนนวงแหวน แล้วออกทางหลวง 107 ขึ้นเหนือไปอำเภอแม่ริม เลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวง 1096 หรือสายแม่ริม-สะเมิง จากปากทางไปม่อนแจ่มอีกประมาณ 20 กิโลเมตร รวมจากตัวเมืองถึงม่อนแจ่มราว 40 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณหนึ่งชั่วโมงถึงหนึ่งชั่วโมงสิบห้านาที ระหว่างทางบนสาย 1096 มีสวนพฤกษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์อยู่ราวกิโลเมตรที่ 12 และน้ำตกแม่สาอยู่ก่อนหน้านั้น เลือกแวะได้ที่เดียวถ้าอยากถึงม่อนแจ่มก่อนบ่ายสามโมง
ช่วงห้ากิโลเมตรสุดท้ายขึ้นม่อนแจ่มเป็นทางชันและโค้งหักศอกหลายจุด สวนกันได้แต่ต้องช้า ลานจอดด้านบนมีหลายลาน แต่เล็กและเต็มเร็วในวันหยุด ถ้าไปวันเสาร์อาทิตย์ให้เผื่อเวลาหาที่จอดสัก 15 นาที ขาลงให้ใช้โหมดหน่วงกลับสูงสุด ปล่อยให้รถชะลอตัวเองแทนการเหยียบเบรกยาว ๆ รถไฟฟ้าได้เปรียบตรงนี้ชัดเจน เบรกไม่ร้อน และแบตขึ้นกลับมาได้ประมาณ 3 ถึง 6 เปอร์เซ็นต์ตลอดทางลง
กลับถึงเมืองประมาณหกโมงเย็นถึงหนึ่งทุ่ม ทั้งวันขับราว 110 ถึง 130 กิโลเมตร ใช้แบตประมาณ 30 ถึง 40 เปอร์เซ็นต์ เพราะการไต่ระดับความสูงกินพลังงานมากกว่าทางราบพอสมควร คืนนี้ควรชาร์จ เพราะพรุ่งนี้เป็นวันที่ไกลที่สุด
วันที่ 3 เลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง ดอยอินทนนท์ หรือ สันกำแพงกับแม่กำปอง
สองเส้นทางนี้ไปด้วยกันในวันเดียวไม่ได้ อยู่คนละทิศและห่างกันเกือบร้อยกิโลเมตร ต้องเลือก
ทางเลือกที่หนึ่ง ดอยอินทนนท์ วันที่ยาวแต่คุ้ม
จากตัวเมืองใช้ทางหลวง 108 ลงใต้ไปอำเภอจอมทองประมาณ 58 กิโลเมตร ใช้เวลาราวหนึ่งชั่วโมง แล้วเลี้ยวขึ้นทางหลวง 1009 อีกประมาณ 48 กิโลเมตรถึงยอดดอย รวมเที่ยวเดียวประมาณ 105 กิโลเมตร เวลาขับจริงรวมแวะเข้าห้องน้ำอยู่ที่ประมาณสองชั่วโมงถึงสองชั่วโมงครึ่ง ควรออกจากที่พักตีห้าครึ่งถึงหกโมง ด่านเก็บค่าธรรมเนียมอุทยานอยู่ช่วงต้นทางขึ้น คิดแยกระหว่างคนไทยกับชาวต่างชาติ และคิดค่ารถเพิ่มต่อคัน เตรียมเงินสดไว้
ลำดับที่ทำให้ไม่ต้องขับย้อน คือขึ้นยอดก่อนแล้วค่อยไล่ลง เริ่มที่ยอดดอยและเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติอ่างกาหลวง จากนั้นลงมาที่พระมหาธาตุนภเมทนีดลและนภพลภูมิสิริ ซึ่งมีลานจอดของตัวเองและมีรถรับส่งขึ้นไปด้านบน แล้วค่อยลงมาน้ำตกวชิรธารซึ่งอยู่ช่วงกลางทาง และแวะนาขั้นบันไดบ้านแม่กลางหลวงเป็นจุดสุดท้ายก่อนออกจากอุทยาน เส้นทางเดินกิ่วแม่ปานสวยที่สุดในอุทยาน แต่ปิดช่วงฤดูฝนราวเดือนมิถุนายนถึงตุลาคม และต้องมีผู้นำทางท้องถิ่นเสมอ
ยอดดอยสูง 2,565 เมตร อุณหภูมิต่ำกว่าในเมืองประมาณ 10 ถึง 15 องศา ช่วงเช้าตรู่ในฤดูหนาวลงไปใกล้ศูนย์ได้ เสื้อกันหนาวจริง ๆ หนึ่งตัวคือของที่คนลืมเอาไปบ่อยที่สุด ในฤดูฝนช่วงบ่ายมักมีหมอกลงหนาบนทางขึ้น ทัศนวิสัยเหลือไม่ถึงห้าสิบเมตรเป็นเรื่องปกติ ให้เปิดไฟหน้าและลดความเร็วลงมาก ๆ ไม่ต้องรีบลง
เรื่องแบต ไป-กลับทั้งวันอยู่ที่ประมาณ 210 ถึง 230 กิโลเมตร บวกการไต่ขึ้นสูงกว่าสองพันเมตร BYD ATTO 3 ที่ชาร์จเต็มออกจากเมืองจะกลับถึงที่พักโดยเหลือแบตราว 30 ถึง 40 เปอร์เซ็นต์ BYD Dolphin ทำได้เหมือนกัน แต่เหลือกลับมาประมาณ 15 ถึง 25 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งพอ แต่ไม่เหลือเผื่อพลาด ถ้าเลือก Dolphin สำหรับวันนี้ ให้ชาร์จเต็มร้อยตั้งแต่คืนก่อน และวางแผนแวะเติมขากลับที่ปั๊มน้ำมันขนาดใหญ่บนทางหลวง 108 ปั๊มใหญ่หลายแห่งบนเส้นนี้มีหัวชาร์จ DC แต่จำนวนหัวไม่มากและอาจมีคิว ควรเปิดแอปหาสถานีชาร์จเช็กก่อนออกเดินทางเสมอ บนตัวอุทยานเองอย่าไปคาดหวังว่าจะมีที่ชาร์จ
ทางเลือกที่สอง สันกำแพง แม่กำปอง และน้ำพุร้อน
ถ้าสามวันนี้มีเด็กเล็กหรือผู้สูงอายุไปด้วย หรือแค่ไม่อยากตื่นตีห้า เส้นนี้ดีกว่าอย่างชัดเจน ออกทางหลวง 1006 ไปทางตะวันออก ผ่านบ่อสร้างซึ่งเป็นหมู่บ้านทำร่มกระดาษสา ราว 9 กิโลเมตรจากเมือง ต่อไปยังสันกำแพงและถนนสายหัตถกรรม แล้วขึ้นไปน้ำพุร้อนในเขตอำเภอแม่ออน ห่างจากตัวเมืองประมาณ 36 กิโลเมตร ใช้เวลาขับราว 45 นาทีถึงหนึ่งชั่วโมง มีลานจอดในบริเวณและไม่ค่อยเต็ม
ช่วงบ่ายขึ้นแม่กำปอง หมู่บ้านบนดอยที่อยู่สูงประมาณ 1,300 เมตร ห่างจากตัวเมืองราว 50 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณหนึ่งชั่วโมงสิบห้านาที ถนนช่วงสุดท้ายแคบ ชัน และโค้งแคบต่อเนื่อง ที่จอดในหมู่บ้านมีน้อยและเป็นริมถนนเป็นหลัก ถ้าไปวันหยุดให้จอดที่ลานด้านล่างหมู่บ้านแล้วเดินขึ้น จะเร็วกว่าการวนหาที่จอด ทั้งวันขับรวมประมาณ 90 ถึง 110 กิโลเมตร ใช้แบตราว 25 ถึง 35 เปอร์เซ็นต์ กลับถึงเมืองก่อนค่ำได้สบาย
เรื่องแบตและการชาร์จ ฉบับใช้จริงสามวัน
หลักง่าย ๆ คือชาร์จตอนที่คุณกำลังทำอย่างอื่นอยู่แล้ว ไม่ใช่ขับออกไปชาร์จโดยเฉพาะ หัวชาร์จ DC ในเชียงใหม่กระจุกอยู่ตามลานจอดของห้างใหญ่และปั๊มน้ำมันบนถนนวงแหวนกับซูเปอร์ไฮเวย์ ชาร์จจาก 20 เปอร์เซ็นต์ไป 80 เปอร์เซ็นต์ใช้เวลาประมาณ 35 ถึง 50 นาที ซึ่งพอดีกับมื้อเย็นหนึ่งมื้อ ในคูเมืองไม่มีหัวชาร์จเร็ว ที่พักบางแห่งมีปลั๊กให้ชาร์จช้าค้างคืน ควรถามก่อนจอง เพราะมันเปลี่ยนแผนทั้งทริป
ตารางที่เราแนะนำคือ ไม่ต้องชาร์จเลยในคืนแรก ชาร์จเต็มในคืนวันที่สอง แล้วชาร์จอีกครั้งก่อนคืนรถ เราส่งรถให้โดยชาร์จเต็มมาแล้วในครั้งแรกโดยไม่คิดเงิน หลังจากนั้นค่าไฟระหว่างทางคุณจ่ายที่สถานีเอง ตอนคืนรถขอให้คืนที่ระดับแบตเท่ากับตอนรับ ถ้าต่ำกว่านั้นเราคิดค่าไฟตามจริงหน่วยละ 8 บาท ไม่มีค่าปรับอื่น
สิ่งที่ไม่ควรยัดลงในสามวัน
ปายไม่เหมาะกับทริปสามวัน ทางหลวง 1095 มีโค้ง 762 โค้ง ขับเที่ยวเดียวสามถึงสี่ชั่วโมง ไป-กลับวันเดียวแปลว่าคุณใช้เวลาเจ็ดชั่วโมงบนถนนเพื่ออยู่ที่ปายไม่ถึงสามชั่วโมง ควรเก็บไว้ทำตอนมีสี่วันขึ้นไปและค้างหนึ่งคืน เชียงรายกับวัดร่องขุ่นก็เช่นกัน ขับเที่ยวเดียวประมาณสามชั่วโมง เป็นทริปค้างคืน ไม่ใช่ทริปวันเดียว ดอยอินทนนท์กับม่อนแจ่มในวันเดียวกันเป็นไปไม่ได้ในทางปฏิบัติ และน้ำตกบัวตองทางแม่แตงก็อยู่คนละทิศกับอินทนนท์ ถ้าอยากได้ทั้งสองอย่าง ต้องมีสี่วัน
อีกเรื่องที่ควรพูดตรง ๆ คือฤดู ช่วงเดือนกรกฎาคมถึงตุลาคมฝนตกเกือบทุกบ่าย ทางขึ้นดอยลื่นและหมอกลงเร็ว แผนนี้ยังใช้ได้ แต่ให้ย้ายกิจกรรมกลางแจ้งไปไว้ช่วงเช้าทั้งหมด ส่วนเดือนมีนาคมถึงเมษายนเป็นช่วงที่ทัศนวิสัยบนดอยมักไม่ดีจากหมอกควัน วิวจากยอดดอยอาจไม่เปิดอย่างที่หวัง
รถคันไหนเหมาะกับแผนนี้
ถ้าเดินทางสองคนและพักอยู่ในคูเมือง BYD Dolphin จัดการกับซอยแคบและช่องจอดสั้นได้ดีกว่า และประหยัดกว่าในทุกช่วงราคา ถ้าไปกันสี่หรือห้าคนพร้อมกระเป๋าใบใหญ่ หรือรู้ตัวว่าจะขึ้นดอยอินทนนท์แน่ ๆ BYD ATTO 3 ให้พื้นที่และระยะทางเผื่อที่สบายใจกว่าในวันที่ขับไกล ทั้งสองคันรวมประกันชั้น 1 ระยะทางไม่จำกัด และส่งรถฟรีถึงสนามบินและในเขตตัวเมือง เทียบราคาต่อวันตามจำนวนวันเช่าได้ที่ ราคาและแพ็กเกจ
ถ้าไม่แน่ใจว่าคันไหนเหมาะกับเส้นทางของคุณ ทักมาถามใน LINE พร้อมบอกจำนวนคน จำนวนกระเป๋า และที่พัก เราตอบว่าคันไหนเข้าซอยของคุณได้จริงให้ก่อนจอง ดีกว่ามารู้ตอนถึงหน้าที่พักแล้ว